รีวิว ขอวีซ่าท่องเที่ยวยุโรป-เชงเกน Schengen Visa (เยอรมนี กับ VFS 2019)
- Jan 24, 2020
- 3 min read

เราเคยมีประสบการณ์ขอวีซ่าท่องเที่ยวหลายครั้ง ขอเองและเตรียมเอกสารเองทั้งหมดค่ะ และครั้งนี้ก็เป็นการเขียนรีวิวครั้งแรก หลังจากตั้งใจจะเขียนรีวิวอยู่นานแล้ว (จะ จะ มานานมาก 555 ) จนถึงเวลาซ๊ะที สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ 55 เลยจะมาแชร์ขั้นตอนการเตรียมเอกสารพร้อมกับตัวอย่างเอกสารที่ต้องแนบให้กับสถานทูต และมีตัวอย่างการแปลเอกสารมาแชร์ด้วยค่ะ เราเคยแปลให้เพื่อนและตัวเองใช้ยื่นสถานทูต เช่น ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ และแคนาดาค่ะ ซึ่งเอกสารที่แปลยื่นวีซ่าท่องเที่ยวเราสามารถแปลเองและยื่นได้เลย ไม่ต้องเปลืองเงินจ้างแปลนะคะ และไม่ต้องเอาเอกสารที่แปลไปรับรองจากกรมการกลศุล กระทรวงต่างประเทศ เหมือนกับขอวีซ่าแต่งงาน ขอ work permit ค่ะ และเอกสารที่แปลแล้วสามารถใช้ชุดเดียวกันใช้ยื่นวีซ่ากับประเทศอื่นได้ด้วย เนื่องจากตอนนี้ืทั้งยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ ก็ยื่นผ่านตัวแทนหมด ไม่ต้องสัมภาษณ์แล้วค่ะ แปลครั้งเดียวใช้ยาวๆ เลย (ยกเว้นอเมริกาต้องสัมภาษณ์อยู่ค่ะ)
ครั้งนี้จะมารีวิวการขอวีซ่าเชงเกนของประเทศเยอรมันค่ะ เพิ่งขอมาหมาดๆเลย การเตรียมเอกสารทุกสถานทูตจะคล้ายกัน จะต่างกันที่การกรอกแบบฟอร์มและยื่นผ่านตัวแทนของที่ไหนและครั้งนี้จุดประสงค์การเดินทางจริงๆของเรา คือ ไปหาเพื่อนซึ่งเป็นคนเยอรมัน เพื่อนกลับบ้านพอดี เลยชวนเราไปเที่ยวด้วยค่ะ ประจวบเหมาะที่เรามีวันหยุดยาวเยอะในช่วงปีใหม่ แต่ทั้งนี้เราเลือกที่ยื่นวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งไม่เอ่ยถึงเพื่อนเลยค่ะ เราเป็น Sponsor ตัวเราเองและเดินทางเอง เพื่อแสดงให้สถานทูตเห็นว่าเราไม่มีใครที่รู้จักเลยน่าจะดีกว่า คือ โอกาสหนีวีซ่าน้อยนั่นเองค่ะ
เราขอวีซ่าประเทศเยอรมันครั้งแรกนะคะ และตามประกาศจากสถานทูตเยอรมันว่าตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวให้ยื่นผ่านตัวแทน VFS ไม่ต้องสัมภาษณ์ค่ะ
ขั้นตอนการยื่นวีซ่า
1. กดจองคิวยื่นวีซ่ากับ VFS
เราจะเข้าไปจองคิวเพื่อยื่นเอกสารกับ VFS ก่อนเลย แล้วค่อยมาเตรียมเอกสารภายหลัง เนื่องจากกลัวคิวเยอะ (แต่จริงๆไม่เยอะค่ะ) เคยขอวีซ่าฝรั่งเศสและสวิสฯ เตรียมเอกสารเสร็จแล้วค่อยกดจองคิว คิวดันไม่ว่างไปเกือบ 2 อาทิตย์ มีเงิบเล็กน้อย 5555 อาจจะเป็นช่วงสงกรานต์ด้วยมั้ง
การชำระเงิน จ่ายค่าวีซ่าผ่านบัตรเครดิตเลย โดยกดจองคิวตาม link นี้ (จองคิวเสร็จอย่าลืมปริ้นไปด้วยนะคะ)
https://www.vfsglobalservices-germany.com/Global-Appointment/Account/RegisteredLogin?q=shSA0YnE4pLF9Xzwon/x/MT9HUQdfl5baCL+juv4S0vrAdD6NrjKcpPFuzFtqj+9ufqZDHfFjCJNXSaPVcWeBBJKbo73xkMyTRqItcIA42Q=
2. กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเชงเกน ตาม link นี้เลยค่ะ
(วีธีการกรอกฟอร์มลองหาดูนะคะมีเยอะค่ะ)
3. รายละเอียดการจัดเตรียมเอกสาร
ขอสรุปเอกสารที่ยื่นให้กับ VFS มีดังนี้
ใบนัดยื่นวีซ่าจาก VFS
หนังสือเดินทางตัวจริง
สำเนาหน้าหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (2 ชุด)
หนังสือเดินทางเล่มเก่า
รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก 2 ใบ ขนาด 3.5 ซม.x 4.5 ซม.
แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า
จดหมายแนะนำตัวเอง
ใบจองโรงแรม
ใบจองเที่ยวบิน
แผนการเดินทางแบบละเอียด
หนังสือรับรองการทำงาน
หลักฐานทางการเงิน (Bank Statement และ Back Certificate)
โฉนดที่ดิน (แปล)
Travel History และ สำเนาหน้า Passport ที่มีตราประทับทุกหน้า (ทุกเล่มที่มี)
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน (แปล)
หลักฐานการประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ
3.1 หนังสือเดินทางตัวจริง และพร้อมสำเนา :
- สำเนาหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (2 ชุด)
- หนังสือเดินทางเพื่อยื่นวีซ่าเยอรมัน ต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า และหนังสือเดินทางเล่มนั้นยังต้องมีอายุ ใช้ได้ต่ออีกอย่างน้อย 3 เดือน นับจากวันเดินทางออกนอกประเทศเชงเกน
-หนังสือเดินทางเล่มเก่าถ้ามี (ของเรามีเล่มเก่า 2 เล่ม เอาไปหมดแต่ตอนยื่นทาง VFS เอาไปแค่เล่ม 1 เล่มล่าสุดที่เพิ่งหมดอายุ และพาสปอร์ทเล่มใหม่ที่เพิ่งไปทำมาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา)
3.2 รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก 2 ใบ : ขนาด 3.5 ซม.x 4.5 ซม.
เขียนชื่อ-นามสกุล เป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งเลขหนังสือเดินทางไว้ด้านหลังรูป (รายละเอียดของรูปสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสถานทูตเยอรมันโดยตรง) หรือ ตาม link นี้ค่ะ
3.3 แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเชงเกน 1 ฉบับ : กรอกข้อมูลออนไลน์ให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ และปริ้นท์ออกมาเซ็นต์ชื่อเหมือนลายเซ็นต์ในพาสปอร์ต กรอกได้ตาม link นี้ค่ะ
*ใบแบบฟอร์มที่ปริ้นออกมาจะมีมีทั้งหมด 7 หน้า
- หน้า 1-4 เป็นรายละเอียดคำร้องขอวีซ่าหน้า 1-4 (เราเซ็นต์หน้า 4) รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆที่กำหนดแล้วในหน้า 5, 6 (เซ็นต์หน้า 5, 6) และหน้าสุดท้ายเป็นบาร์โค๊ด (หน้า 7)
- หน้า 5 ข้อมูลตามมาตรา 13 และ 14 ระเบียบข้อบังคับ (สหภาพยุโรป) 2016/679 (ระเบียบข้อบังคับพื้นฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล)
- หน้า 6 ลงนามรับทราบข้อกำหนดตามกฎหมายการพำนักในเยอรมนีมาตรา 54 วรรค 2 ข้อ 8 และมาตรา 53
**กรณีกรอกผิดไม่ต้องกังวัลค่ะ เรามีกรอกผิดด้วยตรงรายละเอียดเกี่ยวกับวีซ่าเก่าๆ และ เจ้าหน้าที่ VFS กรอกให้ใหม่และปริ้นให้เราเซ็นต์ใหม่ค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกรอกมั่วๆ ทุกข้อนะคะ
3.4 ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ : ต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่เดินทางค่ะ มีวงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 30,000 ยูโร ประมาณ 1,500,000 บาท ทั้งนี้ต้องรวมการคุ้มครองเรื่องการนำตัวส่งกลับประเทศในกรณีเจ็บป่วยด้วย ( เราซื้อแบบคุ้มครอง 4,000,000 บาท ของ Cigna ประเทศ Schengen จำนวน 10 วัน 1,212 บาท เนื่องจากเราต้องการใช้จริงและเดินทางจริง และไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับบริษัทนะคะ) สามารถเช็คบริษัทประกันที่เป็นที่ยอมรับของสถานทูต ตาม link นี้ค่ะ https://bangkok.diplo.de/blob/1378882/37d42721a0814180c86076a8ca64f267/krankenversicherung-data.pdf
*ถ้าคำร้องขอวีซ่าถูกปฏิเสธ มีสิทธิ์ขอเงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วคืนได้ หากบริษัทประกันปฏิเสธการคืนเงินหรือไม่ให้การคุ้มครองตามกรมธรรม์ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายในระหว่างการเดินทางในกลุ่มประเทศเชงเก้นให้แจ้งต่อสถานทูตได้เลยค่ะ
3.5 หลักฐานการทำงาน :
- ทำงานบริษัท/ราชการ โดยขอหนังสือรับรองจากบริษัท ว่าคุณทำงานที่บริษัทนี้จริง เป็นภาษาอังกฤษ หนังสือรับรองการทำงาน ตำแหน่งงานปัจจุบัน ทำงานมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และเงินเดือนเท่าไหร่ ระบุระยะเวลาที่จะลางาน ขอลางานไปเยอรมันตั้งแต่วันที่เท่าไหร่และจะกลับมาทำงานวันที่เท่าไหร่ (หรือใครถ้าเดินทางหลายประเทศก็ระบุไปเลยค่ะ)
- ทำธุรกิจส่วนตัว ให้ใช้หลักฐานการเป็นเจ้าของกิจการ (หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือใบทะเบียนพาณิชย์) พร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษ แปลเองก็ได้ค่ะ และเซ็นต์ชื่อผู้แปลใช้ชื่อเราได้เลย และแนะนำว่าในจดหมายแนะนำตัวเองควรเขียนให้ละเอียดว่าคุณทำงานบริษัทตัวเอง ทำอะไร ลูกค้าเป็นใคร
ตัวอย่างแปลใบทะเบียนพาณิชย์ >> ดาวน์โหลด
- เปิดร้านค้าขาย แต่ไม่ได้จดทะเบียนการค้า เช่นเดียวกันกับทำธุรกิจส่วนตัว แนะนำว่าคุณจะต้องถ่ายรูปร้านค้า หน้า Page ของเราแนบไปด้วยนะคะ และควรเขียนจดหมายแนะนำอย่างละเอียดเลยว่าว่าลักษณะร้านค้าเป็นอย่างไร ค้าขายอะไร ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นใคร แบบเวิ่นเว้อไปเลยคะ ;) (เราเคยเขียนให้เพื่อนค่ะ) เรายิ่งต้องโชว์ให้สถานทูตเห็นถึงที่มาของรายได้ค่ะ
3.6 หลักฐานยืนยันการจองโรงแรมหรือที่พัก : จองผ่าน Agoda.com หรือ Booking.com ก็ได้ค่ะแนะนำให้จองที่พักแบบที่สามารถยกเลิกหรือจ่ายทีหลังได้ ป้องกันในกรณีหากวีซ่าไม่ผ่าน ต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาการเดินทาง ปริ้นท์ใบจองที่พักออกมา แนบประกอบ (เราปริ้นออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ตอนวันไปยื่นดันไปเจอกระทู้นึงบอกว่า ต้องเป็นภาษาเยอรมันเท่านั้น บอกเลยใจอยู่ที่ตาตุ่มแระ อยู่หน้า counter รอยื่นเอกสารแล้ว แบบก็กังวลมากๆ แต่พอยื่นเอกสารเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ ก็ยื่นได้ปกติ)แ
- กรณีนอนห้องเดียวกันหลายคน - กรณีนอนห้องเดียวกันหลายคน ให้ระบุชื่อผู้เข้าพักทุกคนตามหนังสือเดินทาง พิมพ์ติดกันไปเลย ใส่ให้ครบนะคะ ชื่อ-สกุล เช่น ถ้านอน 3 คน ใส่ไปเลย Miss Yuki OSAKA / Miss Nari Kyoto/ Mr. Haru Hokkaido ประสบการณ์ตรงเจอกับตัวเองตอนไปยื่นขอวีซ่าสวิสฯ ต้องไปปริ้นใหม่ เพราะชื่อเพื่อนไม่ได้ใส่ไป นอน 3 คน แต่ booking.com มีแค่ 2 ช่องใช่มั้ยคะ คือ Guess 1 และ Guess 2 เลยไม่ใส่ไป พอไปยื่นเค้าบอกให้ไปใส่ชื่อให้ครบ ก็ต้องปริ้นเอกสารใหม่ (ให้พิมพ์ติดกันตามตัวอย่างที่บอกไว้) และนำเอกสารมายื่นเพิ่มเติมภายในวันเดียวกัน โชคดีไปค่ะ
- กรณีที่คนที่เยอรมันให้คุณพักอาศัย จะพักบางวันหรอทั้งทริปก็แล้วแต่ แต่คุณขอวีซ่าท่องเที่ยวนะคะ และคุณเป็น Sponsor ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วยตัวเองทั้งหมด ตัวอย่างนี้เราเคยทำตอนขอวีซ่าไปแคนาดา เอกสารควรมีดังนี้
1. จดหมายแนะนำตัวของเจ้าของบ้าน ว่าเค้าเป็นใคร รู้จักคุณได้อย่างไร ยินยอมจะให้คุณพักอาศัยได้ระหว่าง วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่
2. สำเนาพาสปอร์ทของเจ้าของบ้าน
3. คุณอาจจะต้องแสดงหลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของบ้านกับคุณนะคะ เป็นรูปภาพ แชท อีเมล์ ฯลฯ
ตัวอย่างจดหมาย >> ดาวน์โหลด
- กรณีมีคนเชิญไปเที่ยวให้ไปพักที่บ้านของเขาและเค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดกรณีนี้เป็นวีซ่าเยี่ยมเยียนค่ะ - กรณีมีคนเชิญไปเที่ยวให้ไปพักที่บ้านของเขาและเค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดกรณีนี้เป็นวีซ่าเยี่ยมเยียนค่ะ ก็ต้องมีหนังสือจากผู้เชิญในเยอรมันที่รับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการ หรือ จดหมายเชิญ หนังสือเชิญจากบริษัทคู่ค้าในประเทศเยอรมนี จากที่ทราบต้องให้คนที่เยอรมันไปทำเอกสารที่สำนักงานเขตของประเทศเยอรมัน ถ้าจำไม่ผิดแล้วส่งเอกสารตัวจริงมาให้เรา แล้วนำเอกสารไปยื่น ต้องลองดูวีซ่าเยี่ยมเยียนนะคะ Dao ไม่เคยขอวีซ่าแบบเยี่ยมเยียนเลยค่ะ ต้องขออภัยจริงๆ แต่เชื่อว่าเอกสารอื่นๆก็คงต้องเตรียมคล้ายๆกัน
3.7 แผนการเดินทางโดยละเอียด : เราระบุแผนเที่ยว เช่น การเดินทางโดยรถไฟ เรือ รถบัส ให้เจ้าหน้าที่ประกอบการตัดสินใจว่าคุณสามารถท่องเที่ยวได้แน่ๆ Capture หน้าจอตารางเดินรถ มาแปะไว้ตามแผนที่วางไว้เป็นวันๆ เอาเฉพาะเดินทางระหว่างเมืองนะคะ และแนบ link Web ที่จะจองรถไฟ สามารถตรวจสอบตามรางการเดินรถไฟ รถบัส link นี้ https://www.virail.co.th/rotfai-salzburg-munich Dao แนบ link ตั๋วคอนเสิร์ตไปด้วย ตอนแรกคิดว่าจะดูคอนเสิร์ตดีมั้ย ทุกอย่างยังไม่ต้องจองนะคะ
ตัวอย่างแผนเที่ยว >> ดาวน์โหลด
3.8 ใบจองตั๋วเครื่องบิน ทั้งขาไปและกลับ : แนะนำให้ใช้ใบจองก็เพียงพอ ยังไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วเครื่องบินมาเพื่อขอยื่นวีซ่า เพราะหากวีซ่าไม่ผ่าน จะเสียเงินไปเปล่า Dao ให้เอเจนซี่ออกให้ค่ะ ง่ายดี ค่าออกตั๋ว 300 บาทค่ะ หรือหลายสายการบินที่สามารถ Hold Booking ไว้ 72 ชั่วโมงได้ โดยเลือกจ่ายแบบ Bank Transfer แต่เราเคยคิดจะ Hold ของ Qatar ต้องจ่ายประมาณ 1,800 บาท ลองดูสายการบินอื่นดูก็ได้ค่ะ
(แต่ของเราครั้งนี้เราแอบจองตั๋วแล้วค่ะ เพราะกลัวตั๋วขึ้นราคา ไปช่วงปีใหม่ด้วย แต่ขอวีซ่าครั้งก่อนๆก็ไม่ได้จองตั๋วก่อนได้วีซ่านะ และครั้งนี้ก็พีคค่ะ!!! ตรงที่สายการบินออก E-Ticket เป็น MRS. แต่ใน Passport เป็น MISS (แล้วคือในแบบฟอร์มวีซ่า เรา โสด ไง ไม่เคยแต่งงาน จะ MRS. ได้ไงช่ายม่ะ ) แต่สายการบิน Lufthansa ไม่มีให้เลือก Miss/Ms. เราโทรสอบถามสายการบินบอกว่าไม่สามารถแก้ไขได้ และทางเยอรมันเค้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องคำนำหน้าอยู่แล้วค่ะ สามารถขึ้นเครื่องได้ปกติเลย แต่เราต้องใช้ยื่นวีซ่าและก็กลัวมีปัญหากับสถานทูต และได้โทรถาม VFS เค้าก็บอกว่าการพิจารณาวีซ่าขึ้นอยู่กับสถานทูตเค้าไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีปัญหาหรือเปล่า ถ้าเรายืนยันที่จะยื่นตั๋วไปแบบนี้ก็ได้ แล้วแต่เรา เอิ่ม!! เราเลยตัดสินใจให้เอเจนซี่ออกตั๋วให้ใหม่ดีกว่าตัดปัญหาไป เลยไม่ได้แนบตั๋วจริงไปค่ะ :)
3.8 สมุดบัญชีเงินฝากของคุณหรือผู้สนับสนุนเงินเดินทาง : เราขอ Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และ ขอ Back Certificate ของ SCB ที่ระบุว่าเราจะไปยื่นวีซ่าอะไร ประเทศอะไร มีเงินจำนวน (ค่าธรรมเนียมรายการละ 100 บาท รวมเป็น 200 บาท) บางท่านเค้าก็ copy หน้า Book bank เอาก็ได้นะคะ แต่เราไม่เคย Update Book bank เลยค่ะ หรือหลักฐานการเงินอื่นๆ ที่เพียงพอในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทาง เงินเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเดินทางอย่างน้อยควรจะมีเงินครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดทริปหรือมากกว่าจะเป็นการดีค่ะ แล้วควรมีเงินเท่าไหร่ ก็สมมุติว่าวันละ 100 ยูโร 10 วันก็ควรมี 1000 ยูโร + ค่าตั๋วเครื่องบิน +ค่าที่พัก+ค่าเดินทางระหว่างเมืองอีก ซึ่งเรามีเงินในบัญชี 100,000++ และคิดว่าครอบคลุมกับการเดินทางของเรา 10 วันค่ะ เหลือๆ เลยด้วย แล้วถ้าคุณมีไม่ถึงแสนหล่ะจะขอวีซ่าผ่านมั้ย เราแนะนำว่าควรเขียนรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ละเอียดมากๆ ทำเป็นตารางใน excel เลย ถ้าเงินในบัญชีครอบคลุมการเดินทางเราว่า ผ่านค่ะ)
ตัวอย่างตารางแสดงค่าใช้จ่าย >> ดาวน์โหลด
3.9 หลักฐานการถือครองอสังหาริมทรัพย์ (ที่มีชื่อของเราเป็นผู้ถือครอง) ทะเบียนสมรส สูติบัตรของบุตร : เป็นหลักฐานในเชิงภาระผูกพันที่ทำให้เราต้องกลับประเทศแน่นอน เราแนบโฉนดที่ดิน 2 แปลง และบ้านอีก 1 หลัง สามารถแปลเอกสารเองได้นะคะ และเซ็นต์รับรองเองอีกเช่นเคย
* การแปลเอกสารต่างๆที่เป็นลายเซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ไม่ต้องเซ็นต์แทนนะคะ ใส่เป็น – signed- เลยค่ะ
3.10 เอกสารอื่นๆที่แนบไปเพิ่มเติม
1. สำเนาบัตรประชาชน (ไม่ต้องแปล)
2. สำเนาทะเบียนบ้าน . สำเนาทะเบียนบ้าน และฉบับภาษาไทยและแบบแปลภาษาอังกฤษ เราแปลเอกสารเองและเซ็นต์รับรองเองเช่นเคยค่ะ
ตัวอย่างแปลสำเนาทะเบียนบ้าน >> ดาวน์โหลด
3.จดหมายแนะนำตัวเอง
- เราจะแนบจดหมายแนะนำตัวเองทุกครั้งที่ยื่นขอวีซ่าแบบไม่สัมภาษณ์ค่ะ เนื่องจากคิดว่า ทางสถานทูตจะรู้จักเราจากการอ่านจดหมายของเราค่ะ (บางคนไม่ได้แนบจดหมายแนะนำตัวเองแต่ก็ได้วีซ่าก็มีเยอะนะคะ อันนี้แล้วแต่บุคคลเลยค่ะ แต่เราแนะนำว่าควรมี))
ตัวอย่างจดหมายแนะนำตัว >> ดาวน์โหลด
4. Travel History เราเขียนรายละเอียด เดือน/ปี/ประเทศที่เคยเดินทางมาแล้วและแนบสำเนาหน้า Passport ที่มีตราประทับทุกหน้าค่ะ
ตัวอย่าง Travel History >> ดาวน์โหลด
เตรียมเอกสารเรียบร้อย ถึงเวลาไปยื่นขอวีซ่าแล้วค่ะ VFS มีหลายที่ เคยไปขอวีซ่าแคนาดาที่ตึก Trendy ตอนแรกคิดว่าเค้าย้ายแล้วหรือ ป่าวจ้าา ... ของประเทศเยอรมัน ตั้งอยู่ที่ อาคารจามจุรีสแควร์ ชั้น 4 ค่ะ จาก MRT สามย่าน ออกประตู 2 มีทางแยกซ้ายหรือตรง ให้ตรงขึ้นบันไดเลื่อนเข้าตึกไปเลยค่ะ (อย่าเลี้ยวซ้ายนะคะ เราแอบหลง เลี้ยวซ้ายไปเจอตึก สามย่านมิตรทาวน์ 555 เงิบอีกแล้ว!!) เมื่อเข้าตึกแล้ว ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 4 (หน้าลิฟต์ก็มีป้ายบอกค่ะ) ออกจากลิฟต์เลี้ยวซ้ายจะเป็นจุดยื่นวีซ่าของประเทศเยอรมันค่ะ ทางเจ้าหน้าที่จะให้เข้าไปยื่นเอกสารก่อนเวลานัด 10 นาทีเท่านั้น ไปก่อนก็ต้องรออยู่ด้านนอก มีร้านกาแฟอยู่หน้าประตูเลยนั่งรอได้ค่ะ ผ่านประตูสแกนแล้วก็ไปรับคิวก่อน แล้วเข้าไปนั่งรอยื่นเอกสารค่ะ ยื่นเอกสารเรียบร้อยนั่งรอคิวบันทึกลายนิ้วมือ เรียบร้อยกลับบ้านรอรับ SMS ค่ะ เราใช้เวลาในการยื่นเอกสาร 1 ชม. เพราะคิวทัวร์ก่อนหน้าเรา 10 คน ยาวเลย คนอื่นบางท่านบอกว่าไม่เกิน 30 นาทีนะคะ
สรุปค่าใช้จ่ายทำวีซ่าทั้งหมด 2,685 บาท
- ค่าวีซ่า 2100 บาท
- ค่าบริการของ VFS 525 บาท
- ค่าส่ง SMS 60 บาท
เรายื่นวันอังคารที่ 3 ธันวาคม ได้รับเล่มวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม (ติดวันหยุดที่ 5 ธันวาคม 1 วัน ) ก็เร็วอยู่นะคะ เราไปรับเล่มเองค่ะ ไม่อยากรอ เดี๋ยวติดเสาร์-อาทิตย์อีก ตื่นเต้น อยากรู้มาก ซื้อตั๋วไปแล้วด้วย เปิดมาได้วีซ่า Multi 2 ปีค่ะ ก่อนหน้านี้ขอของฝรั่งเศสให้แค่ 3 เดือนค่ะ
การยื่นวีซ่าด้วยตนเองไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ การยื่นขอวีซ่าทุกสถานทูตเหมือนกัน คือ เอกสารต้องครบถ้วน และข้อมูลทุกอย่างต้องเป็นจริง เงินในบัญชีต้องครอบคลุมและต้องสัมพันธ์ถึงที่มาของเงิน เราจะต้องแสดงหลักฐานให้สถานทูตเห็นว่าเราจะกลับมาเมืองไทยแน่นอนค่ะ ทั้งนี้ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ โชคดีนะคะทุกคน :))))




Comments